วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557

ติดตั้ง noip บนอินเทอร์เฟสที่ 2 เพื่อตรวจสอบ WAN ลิงค์สำรอง

ยินดีต้อนรับสู่เวบบล็อกรวบรวมประสพการณ์ดีๆของการนำลินุกส์ไปใช้งานจริงๆ เพื่อนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการนำไปประยุกต์ใช้งานในโอกาสต่อๆไป หรือเป็นบันทึกกันลืมว่าเคสนี้เราเคยผ่านการแก้ปัญหามาอย่างไร

สำหรับวันนี้ก็เช่นเดียวกันผู้เขียนทำเซิร์ฟเวอร์อินเทอร์เน็ตหอพักมี 2 อัพลิงค์ ลิงค์ที่ 1 เป็นทรู ส่วนลิงค์ที่ 2 เป็นทีโอที ประกฎว่าผู้เขียนไม่สามารถตรวจสอบไอพีแวนของลิงค์ที่ 2 ได้เลยว่าหมายเลขอะไร นั่นคือที่มาของการติดตั้ง noip บนอินเทอร์เฟสที่ 2 เพื่อตรวจสอบ wan ลิงค์ที่ 2 หรือลิงค์สำรองนั่นเอง

ขั้นตอนที่ 1 เริ่มต้นด้วยการดาวน์โหลดและติดตั้งแพ็คเกจกันก่อน


 wget http://www.no-ip.com/client/linux/noip-duc-linux.tar.gz  

ขั้นตอนที่ 2 แตกไฟล์ คอมไพล์และติดตั้งแพคเกจ
 tar xzvf noip-duc-linux.tar.gz
 cd noip-2.1.9-1/
 make
 make install

ขั้นตอนที่ 3 เป็นการกำหนดค่าให้กับโปรแกรม noip2 ก่อนอื่นเราต้องมีชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่านของ noip.com ก่อนตามรูป


/usr/local/bin/noip2 -C
หลังจากเรียกคำสั่งข้างต้นโปรแกรมจะบังคับให้เราตั้งค่า ผู้เขียนเลือกเป็นอินเทอร์เฟซ ppp1


ขั้นตอนที่ 4 เป็นการรันโปรแกรม
/usr/local/bin/noip2

ลองกลับเข้าไปดูผลลัพธ์ที่เวบnoip.com ตามรูปจะต้องแสดงค่าไอพีแอดเดรสปัจจุบันของอินเทอร์เฟซ WAN 2 หรือลิงค์สำรอง จากตัวอย่างจะเห็นว่า WAN 1 คือหมายเลขไอพี 115.87.31.7 ส่วน WAN 2 คือหมายเลขไอพี 180.180.137.24

ผู้เขียนต้องขอขอบคุณ บจก.ไทย พรอสเพอรัส ไอที ผู้นำด้านการให้บริการ gps ติดตามรถ เอื้อเฟื้อพื้นที่บล็อกดีๆ เพื่อเป็นเวทีให้นำเสนอเรื่องราวดีๆ อยู่เสมอมา

วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ตั้งเวลารีสตาร์ทเครื่องทุกวัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์ LINKSYS WRT54GL

ยินดีต้อนรับสู่เวบบล็อกดีๆ รวบรวมประสบการณ์ Opensource ของเรา Thai Prosperous IT Co.,Ltd. มานำเสนอกันอยู่เป็นประจำ ผู้เขียนต้องขอขอบคุณ บจก.ไทย พรอสเพอรัส ไอที ได้ให้พื้นที่เวบไซต์ดีๆ สำหรับบอกเล่าเรื่องราวที่ผ่านๆ มา นอกจากนี้ บจก.ไทย พรอสเพอรัส ไอที ยังเป็นผู้นำด้านอุปกรณ์ GPS TRACKING สินค้าทุกชนิดสั่งตรงจากโรงงานผู้ผลิตโดยตรงเพื่อความมั่นใจได้ในประสิทธิภาพและความคงทนถาวร

วันนี้ผู้เขียนจะได้แนะนำวิธีการตั้งเวลารีสตาร์ทเครื่องทุกวัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์ LINKSYS WRT54GL โดยซอฟต์แวร์ที่ใช้ก็คือ dd-wrt v24sp2 จัดได้ว่ามีความเสถียรภาพดีมากทีเดียว


การตั้งค่าให้เลือกไปที่เมนู Administration -> Keep Alive -> Sechedule Reboot ตามตัวอย่างให้รีสตาร์ททุกๆ วันตอนเที่ยงคืน

ผู้เขียนยังมีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับอุปกรณ์ DD-WRT อีกเช่น การทำ NAT แบบ 1 ต่อ 1 ในการทำไฟร์วอลแบบ DMZ เป็นต้น แน่นอนที่สุดนอกจากจะเป็นอุปกรณ์ที่มีราคาประหยัดแล้วยังมีความสามารถเกินตัวอีกด้วย

วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ปิดสัญญาณไวไฟ การทำงานของอุปกรณ์ LINKSYS WRT54GL ด้วยซอฟต์แวร์ DD-WRT

ยินดีต้อนรับเข้าสู่เวบบล็อกดีๆ รวบรวมเรื่องราวประสบการณ์ดีๆ จากการใช้งานจริง เรื่องราวในวันนี้ยังคงมีการอัพเดทกันอย่างต่อเนื่องในเรื่องของการกำหนดค่าให้กับอุปกรณ์ LINKSYS WRT54GL โดยการติดตั้งซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส dd-wrt v24sp2

วันนี้ผู้เขียนจะขอแนะนำเทคนิคในการปิดสัญญาณไวไฟบนตัวอุปกรณ์ LINKSYS WRT54GL หลายคนคงจะเกิดคำถามขึ้นในใจว่า จะปิดสัญญาณไวไฟบนไวร์เลสเร้าเตอร์ได้หรือ เพราะเราซื้อมาเพื่อทำไวร์เลสโดยเฉพาะ คำตอบก็คือปิดได้ครับ เหตุผลที่ผู้เขียนต้องปิดก็คือ อุปกรณ์ LINKSYS WRT54GL ตัวนี้ผู้เขียนจะได้นำไปทำไฟร์วอลแบบ DMZ บนพื้นที่ให้บริการ Co-location ดังนั้นการเปิดสัญญาณไวไฟ ย่อมเป็นการสร้างการรบกวน ที่สำคัญมันจะกลายเป็นช่องโหว่ที่จะถูกเข้าถึงจากเน็ตเวิร์คภายในได้โดยง่าย

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราไปดูขั้นตอนกันเลย


ขั้นตอนการปิดสัญญาณไวไฟ ให้เลือกไปที่เมนู Services จากนั้นทำการ Enable Use this button for turning off radio และ Enable Turn radio off at boot โดยการอนุญาตให้กดปุ่ม EZ-SETUP เพื่อทำการเปิดปิดสัญญาณไวไฟได้ ส่วนข้อที่สอง Turn radio off at boot เป็นการสั่งให้ปิดสัญญาณไวไฟทุกครั้งที่เครื่องเริ่มทำงาน จากนั้นกด Save และ Apply


หลังจากผู้เขียนทดลองเปิดปิดเครื่องใหม่ จะพบว่าในส่วนของสถานะ Wireless มีการแสดงคำว่า Radio is Off นั่นก็คืออุปกรณ์เร้าเตอร์เราทำการปิดสัญญาณไวไฟครบถ้วนสมบูรณ์ดีแล้ว เป็นอันปิดงานครับ

 ผู้เขียนต้องขอขอบคุณ บจก.ไทย พรอสเพอรัส ไอที ที่ได้เอื้อเฟื้อพื้นที่บล็อกเกอร์ดีๆ อันเป็นประโยชน์ต่อการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริง นอกจากนี้ ไทย พรอสเพอรัส ไอที ยังเป็นผู้นำในด้านการให้บริการ gps ติดตามรถ ด้วยทีมวิศวกรมืออาชีพ เข้าใจถึงทฤษฎีและปัญหาต่างๆ ได้ครบถ้วนสมบูรณ์ ทำให้คุณภาพการให้บริการมีความรวดเร็ว สะดวกและไม่ติดขัด



เปิดใช้งาน authorized key บนซอฟต์แวร์ dd-wrt

ยินดีต้อนรับสู่ เวบบล็อกรวบรวมประสบการณ์ Opensource ของ ไทย พรอสเพอรัส ไอที กันอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ได้ห่างเหินการอัพเดทข้อมูลกันไปนานพอสมควร ในวันนี้ผู้เขียนมีโปรเจคนำอุปกรณ์ไวร์เลสเราเตอร์ไปทำหน้าที่เป็น DMZ ไฟร์วอล เพื่อป้องกันเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้งซอฟต์แวร์ Kernel Virtual Machine(KVM) แบบบริดจ์

สำหรับฮาร์ดแวร์ที่ใช้งานในครั้งนี้คงหนีไปพ้น Linksys WRT54GL ลงซอฟต์แวร์ DD-WRT v24sp2 การป้องกันการเข้าถึงอุปกรณ์ในครั้งนี้ก็คือการยกเลิกการป้อนชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน เปลี่ยนมาใช้แบบ public key แทน ซึ่งแน่นอนย่อมป้องกันการโจมตีแบบการเดาพาสเวิร์ดที่ได้ผล 100% เซอร์วิสที่เราจะทำการป้องกันก็คือ ssh นั่นเอง


การตั้งค่าต้องทำ 2 ขั้นตอนดังนี้ ขั้นตอนแรกให้ทำการ Disable Password Login เป็นการป้องกันการล็อกอินโดย root พูดง่ายๆ คือป้องกันการป้อนชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน ขั้นตอนที่ 2 เป็นการป้อนข้อมูล public key สำหรับใช้การตรวจสอบแบบกุญแจส่วนตัวแทน ให้นำคีย์ป้อนลงในช่อง Authorized Keys จากนั้นกด SAVE และ Apply ตามลำดับ

ผู้เขียนทดสอบโดยการสั่ง putty ไปยังอุปกรณ์โดยป้อนชื่อผู้ใช้เป็น root ผลปรากฎดังรูป อุปกรณ์ WRT54GL ทำการปฏิเสธการล็อกอินโดยใช้ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านธรรมดา


ในตัวอย่างนี้ผู้เขียนเปลี่ยนพอร์ตจากเดิม 22 ไปเป็นพอร์ต 222 ด้วยเพื่อป้องกันการค้นหาพอร์ตหรือสแกนพอร์ตสำหรับแฮกเกอร์ นับว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจมากทีเดียว

ผู้เขียนจะได้ทะยอยอัพเดทเนื้อหาที่น่าสนใจสำหรับการกำหนดค่าให้อุปกรณ์ WRT54GL ไปเรื่อยๆ ยังมีหัวข้อที่น่าสนใจอีกเช่น สั่งปิดสัญญาณไวไฟ หรือตั้งเวลารีสตาร์ทเครื่องทุกๆ วัน รวมไปถึงการสร้าง 1 ต่อ 1 NAT เพื่อเปิดเซอร์วิสต่างๆ สำหรับ Guest Virtual Machine ในระบบด้วย

ต้องขอขอบคุณ บจก.ไทย พรอสเพอรัส ไอที เอื้อเฟื้อพื้นที่บล็อกเกอร์ดีๆ นำเสนอเรื่องราวประสบการณ์ด้านซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ทำให้ประเทศชาติประหยัดค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์จากต่างประเทศไปได้บางส่วน นอกจากนี้หากต้องการเรียกใช้บริการ เช่ารถตู้ h1 ต้องเลือกใช้บริการที่แวน-วีไอพี ผู้นำด้านการให้บริการรถตู้เช่าขับเอง

วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2557

กำหนดค่า Freeradius และ Mysql บน ClearOS 6.4

เกริ่นนำ สวัสดีกันอีกครั้งสำหรับแฟนเพจของ s-techthai.com รวบรวมประสบการณ์ดีๆ เกี่ยวกับการใช้งาน Opensource Server ในนาม ไทย พรอสเพอรัส ไอที มาฝากกันอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ผู้เขียนเคยเขียนวิธีการใช้งาน SyntaxHighLighter บนบล็อกสปอตมาแล้ว

ครั้งที่แล้วผู้เขียนเคยแนะนำวิธีการกำหนดค่าให้ Freeradius เชื่อมต่อกับ OpenLDAP บน ClearOS 6.4 มาแล้ว ในครั้งนี้จะเป็นการเชื่อมต่อกับ Mysql Server กันบ้าง เพราะเป็นงานที่ใช้บ่อย รวมถึงการติดตั้งซอฟต์แวร์บริหารจัดการบัญชีรายชื่อผู้ใช้งาน daloRadius ที่จะขอแนะนำกันอีกครั้งหนึ่ง

การติดตั้งซอฟต์แวร์ Mysql Server สามารถทำได้ผ่าน GUI หรือสามารถติดตั้งผ่านคอมมานไลน์ตามขั้นตอนต่อไปนี้

 
/usr/sbin/wc-yum -i app-radius 
/usr/sbin/wc-yum -i app-mysql
หากยังไม่ได้ติดตั้งเวบเซิร์ฟเวอร์ให้ทำการติดตั้งให้ด้วยคำสั่งต่อไปนี้
 
/usr/sbin/wc-yum -i app-web-server
ไฟล์สำหรับกำหนดค่าให้กับโปรแกรม freeradius จะอยู่ที่ /etc/raddb ขั้นตอนนี้จะเป็นการแก้ไขคอนฟิกกูเลชั่นไฟล์ของระบบ เราควรที่จะต้องสำรองข้อมูลไว้ก่อนการแก้ไขทุกครั้งจำเป็นต้องฝึกให้เคยชิน
 
modules { 
    $INCLUDE sql.conf
}
 
ดาวโหลด daloradius สำหรับบริหารจัดการบัญชีผู้ใช้ของระบบ ซึ่งสามารถเข้าไปดาวน์โหลดข้อมูลตามลิงค์ที่ผู้เขียนให้ไว้ http://sourceforge.net/projects/daloradius/ จากนั้นแตกไฟล์ไปเก็บที่โฟลเดอร์ /var/www/html และเปลี่ยนสิทธิ์การเข้าถึงโดยกลุ่ม nobody แก้ไขไฟล์ clearos-clients.conf
 
# This file is managed through webconfig.  Please add another clients file
# your custom changes outside of webconfig.
client 127.0.0.1 {
 secret = testing123
 shortname = localhost
}
ขั้นตอนที่สำคัญในการติดตั้งฐานข้อมูล daloradius สามารถทำได้ตามนี้ ต้องสร้างฐานข้อมูลขึ้นมาก่อนตามตัวอย่าง สร้างฐานข้อมูลชื่อ daloradius และกำหนดสิทธิ์ให้กับยูสเซอร์ admin และรหัสผ่าน password
 
mysql> create database daloradius;
Query OK, 1 row affected (0.00 sec)

mysql> grant all privileges on daloradius.* to 'admin'@localhost identified by 'password';
Query OK, 0 rows affected (0.00 sec)
จากนั้นให้ทำการป้อนค่าเทมเพลตลงสู่ฐานข้อมูล ตามวิธีการต่อไปนี้ เป็นการเสร็จสิ้นวิธีป้อนค่าให้กับฐานข้อมูล ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการกำหนดค่าให้กับโปรแกรม freeradius ให้สามารถติดต่อกับฐานข้อมูล daloradius ที่เราได้สร้างขึ้นมา
 
mysql -uadmin -p daloradius < fr2-mysql-daloradius-and-freeradius.sql
Enter password:
โดยปกติซอฟต์แวร์ freeradius ไม่สามารถเชื่อมต่อโปรแกรมฐานข้อมูล mysql ได้เราต้องทำการติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติมเพื่อให้ freeradius สามารถเชื่อมต่อกับโปรแกรมฐานข้อมูล mysql ได้
 
yum install freeradius-mysql
ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญเพราะจะเป็นวิธีการกำหนดค่าให้โปรแกรม freeradius สามารถติดต่อกับโปรแกรมฐานข้อมูล mysql ได้ ให้ทำการแก้ไขคอนฟิกไฟล์ต่อไปนี้
 
/etc/raddb/sql.conf
 server = "localhost"
 #port = 3306
 login = "admin"
 password = "password"
 # Database table configuration for everything except Oracle
 radius_db = "daloradius"
ต่อไปให้แก้ไขไฟล์ /etc/raddb/sites-available/default ให้เพิ่มในส่วนของ sql ตามหัวข้อต่อไปนี้
authorization {sql}, accounting {sql}, session {sql}
สร้างไฟล์ทดสอบการสร้างบัญชีรายชื่อ test2 รหัสผ่านเป็นการทำ md5sum ของ test2 ป้อนเก็บลงฐานข้อมูลเพื่อทดสอบ
 
INSERT INTO `radcheck` (`id`, `UserName`, `Attribute`, `op`, `Value`) VALUES ('', 'test2', 'User-Password', ':=', '126a8a51b9d1bbd07fddc65819a542c3');
INSERT INTO `usergroup` (`UserName`, `GroupName`, `priority`) VALUES ('test2', 'mhs', 1);
รันคำสั่งทดสอบ radtest ตามด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน ชื่อเครื่อง พอร์ต และรหัสผ่านไคลเอนท์ ตามตัวอย่างข้างล่าง หากสามารถใช้งานได้ โปรแกรม freeradius จะตอบกลับมาเป็น Access-Accept ตามตัวอย่าง
 
Sending Access-Request of id 121 to 127.0.0.1 port 1812
        User-Name = "test2"
        User-Password = "126a8a51b9d1bbd07fddc65819a542c3"
        NAS-IP-Address = 127.0.0.1
        NAS-Port = 0
        Message-Authenticator = 0x00000000000000000000000000000000
rad_recv: Access-Accept packet from host 127.0.0.1 port 1812, id=121, length=26
        Session-Timeout = 36000
        Acct-Interim-Interval = 60
        Idle-Timeout = 300
เป็นอันจบขั้นตอนการติดตั้งโปรแกรม freeradius และโปรแกรมฐานข้อมูล mysql นอกจากนี้โปรแกรม freeradius ยังมีความสามารถมากมายโดยเฉพาะการกำหนดค่าให้รองรับการทำงานของโปรโตคอล 802.1x ที่มีความปลอดภัยในการใช้งานที่สูงกว่า pap ตามตัวอย่างที่ได้แนะนำกันไปมาก โปรโตคอล 802.1x เองมีประโยชน์ที่จะนำไปออกแบบระบบ authentication แบบพอร์ตได้ด้วย แน่นอนที่สุดผู้เขียนจะได้แนะนำวิธีการกำหนดค่าระบบ freeradius รองรับโปรโตคอล 802.1x ในลำดับต่อไป

วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2557

ติดตั้ง Freeradius บนเครื่อง ClearOS 6.4 และคอนฟิกเชื่อมต่อกับ LDAP บน Zimbra Community 8.04

สวัสดีครับแฟนๆ ชาวs-techthai.com ศูนย์รวมเรื่องราวการรวบรวมประสบการณ์ OpenSource ของเรา Thai Prosperous IT หลังจากที่ผู้เขียนเคยกล่าวถึงเทคนิคการสร้าง เรียนรู้การสร้างจุมล่าร์ 2.5 โมดูลกันดีกว่า เริ่มด้วย HelloWorld บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ที่ให้บริการ เช่ารถตู้ vip ของผู้เขียนมาแล้ว ผู้เขียนตั้งใจว่าจะแนะนำวิธีการเขียนโมดูลจุมล่าร์ พวก PAYSBUY สำหรับใช้รับชำระเงินออนไลน์ มาฝากกันตอนนี้อยู่ในช่วงทดสอบและรวบรวมข้อมูล สำหรับการติดตั้ง Freeradius บนเครื่อง ClearOS 6.4 และคอนฟิกเชื่อมต่อกับ LDAP บน Zimbra Community 8.04 ผู้เขียนได้ทดลองและทดสอบบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ก่อนนำไปใช้งานจริง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับส่งงานในงวดงานถัดไป การคอนฟิกนั้นทำได้ไม่ยาก เราไปดูกันเลยครับ

ขั้นตอนที่ 1 ติดตั้งซอฟต์แวร์ FreeRadius
 
/usr/bin/sudo /user/sbin/wc-yum -i app-radius
/usr/bin/python -u /usr/sbin/wc-yum -i app-radius

clearos-clients.conf
client 127.0.0.1 {
secret = testing123
shortname = localhost
}

ขั้นตอนที่ 2 กำหนดค่า LDAP เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับ Zimbra Community 8.04
 

server = "192.168.200.236"
#identity = "cn=admin,o=My Org,c=UA"
identity = “uid=zimbra,cn=admins,cn=zimbra”
#password = mypass
password = xxxxxxxx
#basedn = "o=My Org,c=UA"
basedn = "ou=people,dc=tpit,dc=co,dc=th"
filter = "(uid=%{%{Stripped-User-Name}:-%{User-Name}})"

ขั้นตอนที่ 3 การดูค่ารหัสผ่านบน LDAP ของ Zimbra Community 8.04
 

su zimbra
zmlocalconfig -s | grep zimbra_ldap_password
zimbra_ldap_password=xxxxxxxx

จากนั้นนำค่า zimbra_ldap_password ไปใส่แทน xxxxxxx บน password ข้างบน ขั้นตอนที่ 4 ต้องแก้ไขไฟล์ default คอนฟิกของ LDAP ในส่วนของ authorize {ldap},authenticate{ Auth-Type LDAP { ldap} } และให้แก้คอมเมนต์ของไฟล์ clearos-user
 
From:
DEFAULT LDAP-Group != "allusers", Auth-Type := Reject

To:
#DEFAULT LDAP-Group != "allusers", Auth-Type := Reject

เป็นอันสิ้นสุดวิธีการติดตั้ง Freeradius ซึ่งสามารถทำได้ไม่ยาก และผู้เขียนหวังว่ามันจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการนำไปประยุกต์ใช้งานได้ในอนาคต นอกจากนี้ผู้เขียนยังมีในส่วนของการนำ Freeradius เชื่อมต่อกับ mysql server มานำเสนอกันในครั้งต่อๆ ไปอีกด้วย

วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

รัน Multiple instances สำหรับ Coova-Chilli 1.3.0

สวัสดีกันอีกครั้งสำหรับบล็อกประสบการณ์ดีๆ ของการใช้งาน OpenSource เซิร์ฟเวอร์ หลังจากที่ผู้เขียนได้วุ่นวายกับการแก้ไข PAGE ERROR 404 บนBlogSpot ตามลิงค์ที่แปะไว้ให้แล้ว http://www.thaiseoservices.com/2014/02/page-error-404-blogspot.html แต่วันนี้รายงาน PAGE ERROR 404 ยังมีมาอีกถึงหลายร้อยหน้า คงต้องใช้เวลาแก้กันใหม่อีกรอบหนึ่ง ส่วนวิธีการจะได้รวบรวมเป็นเอกสารกันไว้ให้ศึกษากันอีกครั้งหนึ่ง

มาวันนี้ผู้เขียนจะพาวกกลับมาที่วิธีการ "รัน Multiple instances สำหรับ Coova-Chilli 1.3.0" กัน ทำไมต้องรันโปรแกรม Coova-Chilli หลายๆ instances โดยปกติ ในหนึ่ง instance จะรันโปรแกรม Coova-Chilli เพียงแค่เน็ตเวิร์คเดียว กรณีที่เราจะทดสอบนี้มีการสร้างเน็ตเวิร์คถึง 3 เน็ตเวิร์ค หรือ 3 Vlans ดังนั้นเราจึงมีความจำเป็นต้องรัน Coova-Chilli 3 ครั้งด้วย

 
VLAN 11 --/usr/local/etc/chilli/eth1.11
             --/usr/local/etc/chilli/eth1.11/chilli.conf
             --/usr/local/etc/chilli/eth1.11/main.conf
             --/usr/local/etc/chilli/eth1.11/local.conf
             --/usr/local/etc/chilli/eth1.11/hs.conf

VLAN 12  --/usr/local/etc/chilli/eth1.12
              --/usr/local/etc/chilli/eth1.12/chilli.conf
              --/usr/local/etc/chilli/eth1.12/main.conf
              --/usr/local/etc/chilli/eth1.12/local.conf
              --/usr/local/etc/chilli/eth1.12/hs.conf

VLAN 13  --/usr/local/etc/chilli/eth1.13
              --/usr/local/etc/chilli/eth1.13/chilli.conf
              --/usr/local/etc/chilli/eth1.13/main.conf
              --/usr/local/etc/chilli/eth1.13/local.conf
              --/usr/local/etc/chilli/eth1.13/hs.conf

ตัวอย่างไฟล์คอนฟิกของ VLAN 11
# cat /usr/local/etc/chilli/eth1.11/chilli.conf
include /usr/local/etc/chilli/eth1.11/main.conf
include /usr/local/etc/chilli/eth1.11/hs.conf
include /usr/local/etc/chilli/eth1.11/local.conf
ipup=/usr/local/etc/chilli/up.sh
ipdown=/usr/local/etc/chilli/down.sh

# cat /usr/local/etc/chilli/eth1.11/main.conf
cmdsocket       /usr/local/var/run/chilli.eth1.11.sock
unixipc         chilli.eth1.11.ipc
pidfile         /usr/local/var/run/chilli.eth1.11.pid
net             192.168.11.0/255.255.255.0
uamlisten       192.168.11.254
uamport         3110
dhcpif          eth1.11
uamallowed      "192.168.11.0/24,192.168.1.0/24"
domain "lan110"
dns1 "192.168.11.254"
dns2 "192.168.11.254"
uamhomepage http://192.168.11.254:3120/prelogin
wwwdir /usr/local/etc/chilli/www
wwwbin /usr/local/etc/chilli/wwwsh
uamuiport 4110
locationname "PG vlan 110"
radiuslocationname "PG_vlan_110"
radiuslocationid "isocc=,cc=,ac=,network=Coova,"

# cat /usr/local/etc/chilli/eth1.11/hs.conf
radiusserver1   "127.0.0.1"
radiusserver2   "127.0.0.1"
radiussecret    "testing123"
radiusauthport  1812
radiusacctport  1813
uamserver       "https://192.168.11.254/cgi-bin/hotspotlogin.cgi"
radiusnasid     "nas120"
papalwaysok
uamaliasname "pg2 vlan110"

ส่วนสคริปที่ใช้ทำการเริ่มการทำงานก็เป็น /usr/local/etc/init.d/chilli โดยให้คอมเมนท์สองบรรทัดนี้ เพราะเราไม่ต้องการให้เครื่องมือของ Coova-Chilli สร้างคอนฟิกใหม่ทุกครั้งที่เริ่มการทำงาน 
#writeconfig
#radiusconfig
ผู้เขียนทดลองสตาร์ทเซอร์วิส ปรากฏว่า VLAN 11 ทำงานได้สมบูรณ์ แต่ VLAN 12 และ VLAN 13 ไม่ทำงาน ผู้เขียนเลยเพิ่มคำสั่ง sleep 10 เข้าไปที่ก่อนบรรทัดสุดท้ายของ start รูทีนก็สามารถสตาร์ทเซอร์วิสได้ครบทุก VLANs